เตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงธุรกิจใน 10 ปีข้างหน้า

เพราะโลกเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน ธุรกิจจึงต้องมีวิธีรับมือกับปัจจัยที่ส่งผลกระทบ UOB FinLab Thailand รวบรวม 5 สิ่ง ที่คาดว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าจะมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและวิธีการรับมือ
- การแปรปรวนของสภาพอากาศ
เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เช่น น้ำท่วม พายุ และคลื่นความร้อน องค์กรจึงควรปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้ทนทานต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง วางแผนการบริหารจัดการความเสี่ยง รวมถึงการมีระบบเตือนภัย และแผนฉุกเฉินเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด นอกจากนี้ ควรพิจารณาประกันภัยที่ครอบคลุมภัยธรรมชาติ เพื่อปกป้องทรัพย์สินและการดำเนินงาน - การเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ
เมื่อระบบนิเวศเปลี่ยนไป ทั้งการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก จนก่อให้เกิดการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจคุณ องค์กรจึงควรศึกษาผลกระทบ และปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เช่น การเลือกสถานที่ตั้งโรงงานที่ไม่เสี่ยงต่อน้ำท่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการที่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และลงทุนในเทคโนโลยีที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม - การสูญเสียความหลากหลายทางชีววิทยา
การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และการล่มสลายของระบบนิเวศส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติที่ธุรกิจพึ่งพา องค์กรควรส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนและสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เช่น ใช้วัตถุดิบที่มาจากแหล่งที่มีการจัดการอย่างยั่งยืน ลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย และมีนโยบายและมาตรการในการลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ รวมถึงมีส่วนร่วมในโครงการอนุรักษ์ที่มีผลกระทบเชิงบวกต่อความหลากหลายทางชีวภาพ - การขาดแคลนทรัพยากรทางธรรมชาติ
การขาดแคลนทรัพยากรน้ำ และพลังงาน อาจเป็นปัญหาสำคัญ องค์กรควรหาวิธีใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เช่น การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ การใช้พลังงานทดแทน การปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ประหยัดทรัพยากรมากขึ้น รวมถึงการสร้างเครือข่ายกับซัพพลายเออร์ที่มีมาตรการด้านความยั่งยืน การวางแผนและการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพจะช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนทรัพยากร - ความคลาดเคลื่อนของข้อมูลจาก AI
การเข้ามาของ AI ที่ยังไม่เสถียร อาจก่อให้เกิดข้อมูลที่ผิด และการบิดเบือนข้อมูลเป็นภัยคุกคามต่อธุรกิจในยุคดิจิทัล องค์กรต้องเตรียมพร้อมด้วยการมีนโยบายการสื่อสารที่ชัดเจนและโปร่งใส การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัย การสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ผ่านการสื่อสารที่ตรงไปตรงมา และการมีแผนรับมือกับข้อมูลที่ผิดพลาดหรือการโจมตีทางสื่อ เช่น การใช้เทคโนโลยีตรวจสอบข้อเท็จจริงและการมีทีมงานที่คอยเฝ้าระวังและตอบสนองต่อข้อมูลที่ผิดพลาดอย่างรวดเร็ว
ทั้งหมดนี้อาจดูเป็นปัญหาที่รับมือได้ยาก แต่ถ้านักธุรกิจทุกท่านมีการเตรียมตัวเพื่อรับมือกับปัญหาต่างๆ ก็ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดกับธุรกิจได้ ซึ่งหนึ่งในปัญหาที่ควรตั้งรับคือ ปัญหาการขาดแคลนทรัพยากร เราสามารถจัดการปัญหานี้ได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานให้น้อยลง เช่น
- Inno Green Tech ระบบ BioCircuit (BCS) ใช้กระบวนการชีวไฟฟ้าเคมีเพื่อการบำบัดน้ำเสียขั้นสูงและคุ้มค่า ลดการใช้พลังงานฟอสซิลและการปล่อยก๊าซคาร์บอน
- Wongphai แปลงขยะทางการเกษตรให้เป็นถ่านไบโอชาร์ผ่านกระบวนการไพโรไลซิส ให้ได้มาตรฐานคาร์บอน และรับคาร์บอนเครดิต ช่วยจัดการของเสีย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ และส่งเสริมการเกษตรแบบยั่งยืนโดยการปรับปรุงสุขภาพของดิน
- AltoTech ได้พัฒนาแพลตฟอร์ม AIoT ที่เรียกว่า "Alto CERO" เพื่อช่วยให้โรงแรม อาคาร และโรงงานใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนด้วยอัลกอริธึม IoT และ AI เราใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเต็มที่ ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงาน เพื่อหาวิธีรับมือกับปัญหาการใช้พลังงานเกินจำเป็น ซึ่งแบรนด์ชั้นนำมากมายในประเทศไทย เริ่มมีการนำเทคโนโลยีนี้ไปปรับใช้ในธุรกิจแล้ว
ผู้ประกอบการท่านใดสนใจเรื่อง GreenTech Solution เพื่อการทำธุรกิจแบบ Sustainability ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ The FinLab https://thefinlab.com/programmes/the-greentech-accelerator/
#TheFinLab #DoGreener #Sustainability #SME #Innovation #Thailand
