ธุรกิจแบบ Sustainability เริ่มต้นอย่างไรดี

การทำธุรกิจแบบ Sustainability กำลังเป็นเทรนด์ที่คนรุ่นใหม่ทั่วโลกให้ความสนใจ ทำให้มีหลายธุรกิจอยากปรับตัวมาใช้หลักการนี้มากขึ้น แต่การนำหลักการ Sustainability เข้ามาใช้ในธุรกิจก็ยังเป็นเรื่องใหม่มาก ทำให้ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร วันนี้ UOB FinLab Thailand จะมาแนะนำ 5 สิ่งสำคัญในการเริ่มต้นธุรกิจแบบ Sustainability

  1. Company’s Value
    การสร้างค่านิยมของแบรนด์เกี่ยวกับความยั่งยืนเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมากๆ เริ่มจากการกำหนดวิสัยทัศน์ขององค์กร และจะต้องทำให้พนักงานเข้าใจถึงวิสัยทัศน์และค่านิยมอย่างชัดเจน และพร้อมร่วมมือกันในการนำมาใช้ในทุกกิจกรรมและกระบวนการทำงาน

  2. Eco-Friendly Material
    เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการผลิตสินค้าให้มากที่สุด เช่น ใช้วัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ง่าย รีไซเคิลได้ หรือมาจากแหล่งที่มีการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดปัญหาขยะ แต่ยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ด้วย

  3. Carbon Footprint Tracking
    การตรวจสอบกระบวนการผลิตเพื่อติดตามการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Footprint) เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การวิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้อย่างยั่งยืน

  4. Partnership
    การหาพันธมิตรที่มีหัวใจรักความยั่งยืนจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจ การร่วมมือกับองค์กรที่มีความมุ่งมั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น Supplier ที่ใช้วัสดุรีไซเคิล หรือองค์กรไม่แสวงหากำไรที่เน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติ จะช่วยให้ธุรกิจสามารถแบ่งปันความรู้ ทรัพยากร และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

  5. Consistency
    การลงมือทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างธุรกิจแบบยั่งยืน เช่น การตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการผลิต การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเติบโตและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน

รู้แบบนี้แล้ว การเริ่มต้นทำธุรกิจแบบ Sustainability ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ยิ่งถ้ามีตัวช่วยด้วยแล้ว การพาธุรกิจไปสู่ความยั่งยืนก็น่าจะสำเร็จได้เร็วมากยิ่งขึ้น เช่น

  • Carbon Wize ตัวช่วยเรื่องการทำ Carbon Footprint Tracking สำหรับ B2B ที่ช่วยตรวจสอบปริมาณการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการทำงานของธุรกิจ เพื่อการแก้ปัญหาได้ตรงจุด โดยมีเทคโนโลยีช่วยวัดผล ตรวจสอบ ติดตามข้อมูลการผลิต Carbon Emission แบบ real-time และยังมีเครื่องมือช่วยคำนวณ Carbon Credit หลังจากลดการปล่อย Carbon Footprint อีกด้วย
  • CERO อีกหนึ่งตัวช่วยเรื่องการทำ Carbon Footprint Tracking ที่ผู้ใช้งานสามารถแลกเปลี่ยนเครดิตเป็นของรางวัลหรือของสะสมดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน

ผู้ประกอบการท่านใดสนใจเรื่อง GreenTech Solution เพื่อการทำธุรกิจแบบ Sustainability ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ The FinLab : https://thefinlab.com/programmes/the-greentech-accelerator/


#TheFinLab #DoGreener #Sustainability #SME #Innovation #Thailand