
ลงทุนในกองทุน United CIO Income Fund และ United CIO Growth Fund บริหารกองทุนโดย Chief Investment Officer จาก UOB Private Bank
เพิ่มเติม
แอปธนาคารที่ให้คุณจัดการทุกธุรกรรมได้ง่าย ทั้งโอนเงิน จ่ายบิล ดู eStatement แลกคะแนน ติตตาม
ดีลต่างๆ และลงทุนในกองทุน
คุณกำลังอยู่ที่ ลูกค้าบุคคลทั่วไป
 AppleWebKit/537.36 (KHTML, like Gecko) Chrome/63.0.3239.84 Safari/537.36)


อายุรับประกันภัย
ระยะเวลาเอาประกันภัย
ระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย
จำนวนเงินเอาประกันภัย
เริ่มต้น 300,000 บาท - สูงสุด 30,000,000 บาท
ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ (สำหรับบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล)
ลูกค้าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (สำหรับบุคคลธรรมดา)
งวดการชำระเบี้ยประกันภัย
การพิจารณารับประกันภัย/การตรวจสุขภาพ
เพียงตอบคำถามสุขภาพแบบสั้น ตามเงื่อนไขการพิจารณารับประกันภัยของบริษัทฯ
กรณีที่บริษัทฯ จะไม่คุ้มครอง
การร้องเรียนของผู้เอาประกันภัย
ผู้เอาประกันภัยสามารถร้องเรียนได้ที่หน่วยงาน ดังต่อไปนี้
ผลประโยชน์ด้านภาษี:
บุคคลธรรมดา: สัญญาประกันภัยที่มีระยะเวลาของความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป เบี้ยประกันภัยคุ้มครองชีวิตสามารถนำมาใช้เป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ทั้งนี้ เบี้ยประกันภัยในส่วนความคุ้มครองสุขภาพ สามารถนำมาใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ไม่เกิน 25,000 บาทต่อปี และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตที่ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี (ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร)
นิติบุคคล: นิติบุคคลมีสิทธินำค่าเบี้ยประกันภัยที่จ่ายไปในการทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อธนาคารพาณิชย์เพื่อประโยชน์ของนิติบุคคลมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิสำหรับเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ เพราะถือเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ และไม่ใช่รายจ่ายที่มีลักษณะเป็นการส่วนตัวหรือการให้โดยเสน่หา สมาชิกไม่ต้องนำค่าเบี้ยประกันภัยนั้นมาถือเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เนื่องจากค่าเบี้ยประกันภัยดังกล่าวไม่ถือเป็นประโยชน์ใดๆ ที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร)
ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) ในฐานะนายหน้าประกันชีวิต ใบอนุญาตเลขที่ ช00026/2545 ทำหน้าที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ด้านประกันภัย และเป็นผู้จัดการให้บุคคลเข้าทำสัญญาประกันชีวิต และอำนวยความสะดวกในการรับชำระเบี้ยประกันภัยเท่านั้น โดย บมจ. พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จะเป็นผู้รับผิดชอบในเงื่อนไขความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขที่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย
ผู้ขอเอาประกันภัยสามารถเป็นได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
กรณีผู้ขอเอาประกันภัยเป็นบุคคลธรรมดา ผู้รับผลประโยชน์จะระบุดังนี้
ลำดับ 1 ธนาคาร : ผู้ถือกรมธรรม์ตามภาระหนี้สินผูกพัน
ลำดับ 2 ผู้รับผลประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในใบคำขอเอาประกันภัย
กรณีผู้ขอเอาประกันภัยเป็นนิติบุคคล ผู้รับผลประโยชน์จะระบุดังนี้
ลำดับ 1 ธนาคาร: ผู้ถือกรมธรรม์ตามภาระหนี้สินผูกพัน
ลำดับ 2: นิติบุคคลผู้กู้เท่านั้น
บุคคลธรรมดา:
สัญญาประกันภัยที่มีระยะเวลาของความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป เบี้ยประกันภัยคุ้มครองชีวิตสามารถนำมาใช้เป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ทั้งนี้ เบี้ยประกันภัยในส่วนความคุ้มครองสุขภาพ สามารถนำมาใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ไม่เกิน 25,000 บาทต่อปี และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตที่ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี (ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร)
นิติบุคคล:
นิติบุคคลมีสิทธินำค่าเบี้ยประกันภัยที่จ่ายไปในการทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อธนาคารพาณิชย์เพื่อประโยชน์ของนิติบุคคลมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิสำหรับเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ เพราะถือเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ และไม่ใช่รายจ่ายที่มีลักษณะเป็นการส่วนตัวหรือการให้โดยเสน่หา สมาชิกไม่ต้องนำค่าเบี้ยประกันภัยนั้นมาถือเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เนื่องจากค่าเบี้ยประกันภัยดังกล่าวไม่ถือเป็นประโยชน์ใดๆ ที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร)
ฝากข้อมูล
เพื่อติดต่อกลับ
เราใช้คุกกี้จำเป็นและคุกกี้บุคคลภายนอกเพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของท่าน การเรียกดูไซต์นี้ต่อไปแสดงว่าคุณยอมรับการใช้งานของเรา