ขณะนี้คุณกำลังอ่าน:
บริหารจัดการ Cash Cycle และ Cash Flow อย่างไร เมื่อธุรกิจเติบโตผ่าน Marketplace

สินเชื่อเพื่อธุรกิจ UOB BizMoney อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำ 7% ต่อปี สำหรับ 6 เดือนแรก
รายละเอียดคุณกำลังอยู่ที่ กลุ่มลูกค้าธุรกิจ


ขณะนี้คุณกำลังอ่าน:
บริหารจัดการ Cash Cycle และ Cash Flow อย่างไร เมื่อธุรกิจเติบโตผ่าน Marketplace
การขยายธุรกิจไปขายในตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์ (Marketplace) ถือเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการ SME เพราะเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น เปิดร้านได้รวดเร็ว และต่อยอดการขายได้โดยไม่ต้องลงทุนหน้าร้านสูง อย่างไรก็ตาม ความจริงที่เจ้าของร้านในตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์ (Marketplace) จำนวนมากต้องเผชิญ คือแม้ยอดขายจะเติบโต แต่กระแสเงินสดกลับไม่เพียงพอ ต้องเพิ่มเงินทุนเพื่อเพิ่มสต็อกสินค้า จ่ายค่าโฆษณา การบรรจุภัณฑ์ และค่าขนส่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ยังไม่ได้รับเงินโอนจากแพลตฟอร์มตามรอบที่กำหนด บทความนี้จะพาคุณจัดระบบการเงินสำหรับธุรกิจ SME ที่กำลังเติบโตในตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์ (Marketplace) ในแบบที่สามารถทำตามได้จริง ตั้งแต่การคำนวณรายได้จริงหลังหักต้นทุนแฝง ไปจนถึงการวางแผนเงินทุนหมุนเวียนเพื่อให้ธุรกิจเติบโตต่อได้อย่างต่อเนื่องและไม่สะดุด
เมื่อขายหน้าร้าน ผู้ประกอบการ SME มักเห็นเงินสดหรือยอดเงินโอนเข้าบัญชีทันทีทำให้ประเมินรายได้ง่ายกว่า แต่ในตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์ (Marketplace) เงินที่ร้านค้าได้รับจริงจะถูกหักด้วยต้นทุนแฝงต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าร่วมแคมเปญ ค่าโฆษณา ค่าขนส่งสินค้าส่วนที่ร้านค้ารับผิดชอบ รวมถึงการคืนสินค้า ก่อนที่กลายเป็นเงินรับสุทธิ (Net Payout)
ผู้ประกอบการ SME สามารถทำรายการตรวจสอบต้นทุน (Checklist) เพื่อจำแนกต้นทุนแฝงออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้
เป้าหมายของการจำแนกต้นทุนแฝง คือเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเห็นกำไรจริงต่อหนึ่งรายการสั่งซื้อได้อย่างชัดเจน ไม่ใช่เพียงการพิจารณายอดขายในภาพรวมเท่านั้น การแยกต้นทุนและรายได้ออกเป็นแต่ละส่วนยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวิเคราะห์และวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในมุมของยอดขายรวม (Gross Sales) ยอดขายสุทธิ (Net Sales) เงินรับสุทธิจากแพลตฟอร์ม (Net Payout) และกำไรสุทธิ (Net Profit) ที่ธุรกิจได้รับจริงหลังหักต้นทุนทั้งหมด เมื่อเห็นตัวเลขเหล่านี้อย่างเป็นระบบผู้ประกอบการจะสามารถประเมินความคุ้มค่าในการตั้งราคา การทำโปรโมชัน และการลงทุนด้านการตลาดได้แม่นยำขึ้น รวมถึงใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการบริหารกระแสเงินสด (Cash Flow) และวางแผนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
เมื่อเห็นกำไรต่อรายการสั่งซื้อชัดเจนจะช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้แม่นยำขึ้นว่าควรเร่งขายสินค้าชนิดใด ควรปรับราคาของสินค้าชนิดใด หรือควรปรับระดับส่วนลดของแคมเปญใด เพื่อให้ยอดขายและกำไรเติบโตควบคู่กันไปอย่างยั่งยืน
วงจรเงินสด (Cash Cycle) คือระยะเวลาตั้งแต่ร้านค้าจ่ายเงินออกไปเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการขาย เช่น ค่าสต็อกสินค้า และค่าโฆษณา ไปจนถึงช่วงเวลาที่ร้านค้าได้รับเงินรับสุทธิจากแพลตฟอร์ม (Net Payout) เข้าบัญชีจริง ความยาวของวงจรเงินสดขึ้นอยู่กับขั้นตอนและข้อกำหนดของแต่ละแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลารอให้ลูกค้าชำระเงินสำเร็จ ขั้นตอนการจัดส่งสินค้า ระยะเวลาการยืนยันรับสินค้าของลูกค้า รวมถึงช่วงเวลาสำหรับการคืนหรือเคลมสินค้า กระบวนการเหล่านี้ทำให้ร้านค้าอาจต้องรอรายรับจากการขายนานกว่าการขายแบบมีหน้าร้าน แม้ยอดขายจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่วงจรเงินสด (Cash Cycle) ที่ยาวขึ้นอาจส่งผลให้สภาพคล่องทางการเงินตึงตัวและกลายเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาขายดีแต่เงินตึงมือสำหรับร้านค้าในตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์ (Marketplace)
ธุรกิจ SME จำนวนไม่น้อยที่มียอดขายที่เติบโตในตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์ (Marketplace) แต่กลับประสบปัญหาสภาพคล่องหรือกระแสเงินสด (Cash Flow) ตึงตัว ซึ่งมักเกิดจาก 3 สาเหตุหลัก ได้แก่
ธุรกิจ SME สามารถบริหารจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ด้วยการจัดทำข้อมูลพื้นฐาน 3 รูปแบบ ดังนี้
1. ตารางคาดการณ์ยอดขาย (Sales Forecast) แยกตามแพลตฟอร์ม
2. ตารางค่าใช้จ่ายผันแปร (Variable Cost) ต่อรายการสั่งซื้อ
3. ตารางเงินสดคงเหลือปลายงวด (Cash Balance)
เมื่อธุรกิจ SME มีการจัดทำและติดตามข้อมูลทั้ง 3 ตารางนี้อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้สามารถคาดการณ์กระแสเงินสดล่วงหน้าได้ดีขึ้น และนำไปใช้วางแผนการดำเนินงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแผนการขาย แผนการตลาด หรือการบริหารจัดการสต็อกสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับระดับการเติบโตของธุรกิจ

กระแสเงินสด (Cash Flow) คือภาพรวมการเคลื่อนไหวของเงินเข้า–ออกของธุรกิจ ซึ่งสะท้อนว่าธุรกิจมีเงินสดเพียงพอสำหรับการดำเนินงานหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการ SME ที่ขายสินค้าในตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์ (Marketplace) จำนวนมากมักใช้บัญชีส่วนตัวรับเงินในช่วงเริ่มต้น เมื่อยอดขายเติบโตขึ้น การปะปนของเงินธุรกิจและเงินส่วนตัวอาจทำให้การติดตามต้นทุน กำไร และกระแสเงินสด (Cash Flow) คลาดเคลื่อนได้
ปัจจุบันการเปิดบัญชีนิติบุคคล กับธนาคารยูโอบีสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ด้วยบริการผ่านระบบออนไลน์ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเตรียมเอกสารและกรอกข้อมูลเบื้องต้นได้จากทุกที่ ทุกเวลา การมีบัญชีนิติบุคคลกับธนาคารที่น่าเชื่อถือ ไม่เพียงช่วยให้การบริหารจัดการด้านการเงินของธุรกิจเป็นระบบมากขึ้น แต่ยังถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเครดิตธุรกิจที่แข็งแรง และรองรับการเติบโตในระยะยาว
เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
การขายสินค้าในตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์ (Marketplace) ที่เติบโตเร็ว ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะมีกระแสเงินสดดีเสมอไป หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ธุรกิจ SME ที่ขายสินค้าในตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์ (Marketplace) มียอดขายดีแต่เงินตึงมือ คือ การมีสต็อกสินค้าคงคลังมากเกินความจำเป็น
1. แบ่งสต็อกสินค้าออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อบริหารเงินอย่างมีระบบ
การแยกสินค้าออกเป็นกลุ่มตามข้อมูลการขายในอดีต ช่วยให้ร้านค้าจัดสรรเงินทุนสำหรับแต่ละกลุ่มสินค้าได้เหมาะสมมากขึ้น
การแยกกลุ่มสต็อกลักษณะนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการ SME มองเห็นว่าเงินสดของธุรกิจถูกใช้ไปกับสินค้าประเภทใดมากที่สุด
2. พิจารณากำไรต่อรายการสั่งซื้อ และอัตราคืนสินค้าควบคู่ไปกับยอดขาย
สินค้าบางรายการอาจมียอดขายดี แต่หากกำไรต่อรายการสั่งซื้อต่ำหรือมีอัตราคืนสินค้า/การเคลมสูง ธุรกิจอาจเสียเงินมากกว่าที่เห็นจากยอดขาย ดังนั้นการตัดสินใจเพิ่มหรือลดสต็อกสินค้าจึงควรพิจารณากำไรต่อรายการสั่งซื้อ (Profit per Order) ประกอบด้วย
UOB BizMoney สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็กจากธนาคารยูโอบี ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ SME บริหารสภาพคล่องและต่อยอดการเติบโตในตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์ (Marketplace) ได้อย่างคล่องตัว มาพร้อมวงเงินกู้สูงสุด 5 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และระยะเวลาผ่อนชำระนานสุด 5 ปี ช่วยเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจดำเนินงานได้ต่อเนื่อง รองรับโอกาสการขยายยอดขายในตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์ (Marketplace) ได้อย่างมั่นคง
การพิจารณาสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด
ธุรกิจ SME ที่มียอดขายเติบโตในตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์ (Marketplace) ไม่ควรมองเพียงการขยายยอดขายเท่านั้น แต่ควรให้ความสำคัญกับการวางแผนการใช้จ่าย การวิเคราะห์วงจรเงินสด (Cash Cycle) และกระแสเงินสด (Cash Flow) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาสภาพคล่องของธุรกิจควบคู่ไปด้วย นอกจากนี้การพิจารณาแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม รวมถึงการมองหาโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มเติมจะช่วยเสริมศักยภาพให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
ข้อมูลอ้างอิง