ขณะนี้คุณกำลังอ่าน:
รับเงินสดอย่างเดียวพอไหม SME ควรปรับตัวสู่ Digital Payment อย่างไร

สินเชื่อเพื่อธุรกิจ UOB BizMoney อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำ 7% ต่อปี สำหรับ 6 เดือนแรก
รายละเอียดคุณกำลังอยู่ที่ กลุ่มลูกค้าธุรกิจ


ขณะนี้คุณกำลังอ่าน:
รับเงินสดอย่างเดียวพอไหม SME ควรปรับตัวสู่ Digital Payment อย่างไร
เมื่อโลกธุรกิจก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ “วิธีการรับชำระเงิน” กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทั้งยอดขายและประสบการณ์ของลูกค้าอย่างชัดเจน หลายธุรกิจอาจคุ้นชินกับการรับชำระเงินค่าสินค้าและบริการด้วยเงินสด เนื่องจากดำเนินการได้ง่าย ไม่ซับซ้อน และไม่ต้องลงทุนเครื่องมือเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามเมื่อพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป ลูกค้าจำนวนมากคาดหวังความสะดวก รวดเร็ว และต้องการตัวเลือกการชำระเงินที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Payment)
ในขณะเดียวกัน นโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังสะท้อนทิศทางทิศทางการพัฒนาระบบการชำระเงินของไทย โดยมุ่งผลักดันให้การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Payment) เป็นหนึ่งในทางเลือกหลัก และธุรกรรมดิจิทัลมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คำถามสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ SME จึงอยู่ที่ว่า หากร้านค้ายังรับชำระค่าสินค้าและบริการด้วยเงินสดเพียงอย่างเดียว จะเพียงพอต่อการแข่งขันในปัจจุบันหรือไม่ และหากต้องการปรับตัวสู่การรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Payment) ควรเริ่มต้นอย่างไรเพื่อไม่ให้กระทบต่อต้นทุนและกระแสเงินสด (Cash Flow) ของธุรกิจ
ปัจจุบันผู้บริโภคจำนวนมากคุ้นเคยกับการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต การสแกนจ่ายผ่าน QR Code หรือแอปพลิเคชันของธนาคาร ความสะดวกในการชำระเงินจึงกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกใช้สินค้าและบริการ หากร้านค้ารองรับวิธีการชำระเงินได้จำกัด ลูกค้าอาจเลือกใช้บริการกับร้านที่มีทางเลือกการชำระเงินที่หลากหลายกว่าทันที ขณะเดียวกันการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Payment) ก็ไม่ได้เป็นเพียงแนวโน้มระยะสั้น แต่เป็นทิศทางของระบบการชำระเงินที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย สะท้อนจากการใช้งานธนาคารออนไลน์ที่ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน (Mobile Banking) และธนาคารออนไลน์ที่ใช้งานผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
การรับและทอนเงินสดตลอดทั้งวันมีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการทอนเงินผิด การนับเงินคลาดเคลื่อน หรือยอดเงินไม่ตรงกันระหว่างการเปลี่ยนกะทำงาน หากธุรกิจ SME ยังไม่มีระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายที่เป็นมาตรฐาน การตรวจสอบความถูกต้องย้อนหลังอาจใช้เวลามาก และทำให้เจ้าของกิจการมองไม่สามารถมองเห็นภาพกำไรที่แท้จริงในแต่ละวันได้อย่างชัดเจน
การบริหารเงินสดจำเป็นต้องอาศัยวินัยในการจดบันทึกอย่างสม่ำเสมอ หากมีช่วงที่ข้อมูลตกหล่นหรือเอกสารไม่ครบถ้วน ยอดเงินสดรายวันอาจคลาดเคลื่อนได้ง่าย และเมื่อข้อมูลไม่ชัดเจน การตัดสินใจด้านธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารสต็อก การทำโปรโมชัน หรือการขยายสาขา อาจต้องพึ่งประสบการณ์หรือความรู้สึก มากกว่าข้อมูลที่ตรวจสอบได้จริง
ธุรกิจที่สามารถมองเห็นยอดขายและช่องทางการชำระเงินแบบเรียลไทม์ (Real-time) มักปรับตัวได้รวดเร็วกว่า เช่น เมื่อตรวจพบว่ายอดขายในบางช่วงเพิ่มขึ้น ก็สามารถจัดสรรพนักงานหรือบริหารสต็อกได้ทันที ในขณะที่การรับชำระด้วยเงินสดเพียงอย่างเดียวอาจทำให้การมองเห็นโอกาสเหล่านี้ล่าช้าลง
เมื่อข้อมูลรายรับ–รายจ่ายมีความคลาดเคลื่อน การวางแผนกระแสเงินสด (Cash Flow) ย่อมได้รับผลกระทบตามไปด้วย เช่น ประเมินว่าเงินสดเพียงพอสำหรับสต็อกสินค้า แต่ในความเป็นจริงอาจไม่เป็นไปตามแผน หรือคาดการณ์กำไรสูงเกินจริงจนลงทุนเกินความจำเป็น สุดท้ายธุรกิจอาจสะดุดจากปัญหาเงินหมุนไม่ทัน แม้ว่ายอดขายจะมีแนวโน้มเติบโตอยู่ก็ตาม
เมื่อธุรกิจรับชำระเงินผ่านการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Payment) ข้อมูลรายการขายจะถูกบันทึกไว้อย่างเป็นระบบและครบถัวนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เวลาทำรายการ ยอดเงิน หรือช่องทางการชำระเงิน ทำให้การสรุปยอดขายประจำวันทำได้สะดวกและแม่นยำ ลดปัญหาตัวเลขไม่ตรงจากการบันทึกด้วยมือ และช่วยให้เจ้าของกิจการสามารถมองเห็นภาพรวมด้านการเงินของธุรกิจได้รวดเร็วและชัดเจนยิ่งขึ้น
ระบบรับชำระเงินส่วนใหญ่มาพร้อมรายงานสำหรับตรวจสอบย้อนหลัง เช่น ยอดขายรายวัน รายกะทำงาน หรือแยกตามประเภทการชำระเงิน ช่วยลดเวลาการติดตามที่มาของตัวเลข และทำให้การจัดการบัญชีมีความเป็นระบบมากขึ้น
ข้อได้เปรียบสำคัญของการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Payment) คือช่วยให้ธุรกิจจะมีข้อมูลการเงินที่แม่นยำมากขึ้นสำหรับการวางแผนกระแสเงินสด (Cash Flow) อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการควรทำความเข้าใจเงื่อนไขของแต่ละช่องทางการชำระเงินให้ชัดเจน เนื่องจากบางรูปแบบมีค่าธรรมเนียม และมีรอบการโอนเงินที่ทำให้ไม่สามารถรับเงินเข้าบัญชีได้ทันที ดังนั้น ธุรกิจ SME ควรวางแผน “ปฏิทินเงินเข้า” โดยแยกตามช่องทางการชำระเงิน เช่น เงินสดที่ได้รับทันที การรับชำระเงินผ่าน QR Code หรือการรับชำระด้วยบัตรเครดิตที่มีรอบโอนเงินเป็นรายวันหรือรายสัปดาห์ เพื่อให้การบริหารเงินหมุนเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่กระทบต่อสภาพคล่องของธุรกิจ
เมื่อธุรกิจเริ่มมีข้อมูลธุรกรรมที่ถูกบันทึกอย่างเป็นระบบ การต่อยอดไปสู่การใช้ระบบที่ใช้ในการจัดการกระบวนการขายหน้าร้าน (Point of Sales: POS) จะทำได้สะดวกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การเชื่อมโยงข้อมูลยอดขายกับสต็อกสินค้า การออกใบเสร็จและจัดทำรายงานยอดขายแบบอัตโนมัติ รวมถึงการลดระยะเวลาในการสรุปยอดขายเมื่อสิ้นวัน สิ่งเหล่านี้ช่วยให้การทำงานทั้งหน้าร้านและหลังบ้านเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการธุรกิจโดยรวม
เพื่อให้การนำระบบระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Payment) มาใช้อย่างคุ้มค่า และไม่กระทบต่อสภาพคล่องของธุรกิจ ผู้ประกอบการ SME ควรพิจารณาประเด็นสำคัญต่อไปนี้
ช่องทางการชำระเงินบางประเภทอาจมีค่าธรรมเนียมต่อรายการ หรือมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอุปกรณ์และการดูแลรักษาระบบ ผู้ประกอบการ SME จึงควรนำต้นทุนเหล่านี้มาพิจารณาเปรียบเทียบกับประโยชน์ที่จะได้รับ เพื่อเลือกวิธีการชำระเงินที่เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจมากที่สุด
ในกรณีที่มีการคืนสินค้าและคืนเงิน (Refund) ยอดเงินที่ธุรกิจได้รับจริงอาจเลื่อนออกไปจากรอบรับเงินปกติ ส่งผลต่อกระแสเงินสดในระยะสั้น ดังนั้นผู้ประกอบการ SME ควรวางแผนเงินสดสำรองไว้ในแผนกระแสเงินสด (Cash Flow) เพื่อไม่ให้กระทบต่อการดำเนินงานประจำวัน
ผู้ประกอบการ SME ควรกำหนดผู้รับผิดชอบในการกระทบยอดเงินสดและยอดเงินจากช่องทางการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Payment) ให้ตรงกันในแต่ละวันหรือแต่ละกะทำงาน เพื่อลดความเสี่ยงจากความคลาดเคลื่อน และช่วยให้การควบคุมและติดตามข้อมูลทางการเงินมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ธุรกิจค้าปลีกและร้านอาหารเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Payment) อย่างชัดเจน การเพิ่มช่องทางรับชำระเงินช่วยให้ขั้นตอนการขายรวดเร็วขึ้น ลดเวลารอคิว และรองรับลูกค้าได้มากขึ้นในช่วงเวลาที่มีความหนาแน่น ทั้งยังสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับการสแกนจ่าย หรือแตะจ่ายมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อโอกาสในการเพิ่มยอดขายโดยตรง
สำหรับธุรกิจออนไลน์และร้านค้าในตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์ (Marketplace) การมีระบบชำระเงินแบบดิจิทัลถือเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่นิยมชำระเงินผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือสแกน QR Code การรองรับการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Payment) ไม่เพียงช่วยเพิ่มความสะดวกในการสั่งซื้อ แต่ยังเปิดโอกาสให้ธุรกิจสามารถขายสินค้าได้ตลอดเวลา และลดอุปสรรคที่อาจทำให้ลูกค้าละทิ้งการสั่งซื้อจากข้อจำกัดด้านการชำระเงิน
ธุรกิจที่มีหลายสาขาสามารถใช้การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Payment) เป็นเครื่องมือช่วยบริหารจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เจ้าของกิจการสามารถติดตามรายรับของแต่ละสาขาได้จากแหล่งข้อมูลเดียวกัน ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดในการนับเงินสด และช่วยให้การตรวจสอบภาพรวมทางการเงินของธุรกิจเป็นไปอย่างสะดวกและแม่นยำยิ่งขึ้น
ธุรกิจที่ดำเนินงานในรูปแบบระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ (Business to Business: B2B) แม้ลูกค้าจะเป็นนิติบุคคล แต่การใช้การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Payment) ช่วยเพิ่มความสะดวกและเสริมภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพในการทำธุรกรรม ไม่ว่าจะเป็น การชำระเงินข้ามพื้นที่ การโอนเงินจำนวนมาก หรือการตรวจสอบรายการย้อนหลัง ทั้งยังช่วยลดขั้นตอนการทำงานและสนับสนุนการบริหารจัดการทางการเงินให้เป็นระบบมากขึ้น
เครื่องรูดบัตร (Electronic Data Capture: EDC) เป็นอุปกรณ์สำหรับรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยเชื่อมการซื้อขายหน้าร้านเข้าสู่ระบบดิจิทัล รองรับการชำระเงินแบบแตะจ่าย รูดบัตร และการสแกนจ่ายแบบไร้เงินสด ช่วยให้ร้านค้ารองรับรูปแบบการชำระเงินที่หลากหลาย และเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในธุรกิจทั่วโลก
เครื่องรูดบัตร EDC จาก UOB BizSmart เป็นโซลูชันรับชำระเงินสำหรับ SME ที่พร้อมเชื่อมต่อทุกการชำระเงิน รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับทั้งร้านค้าและลูกค้า สมัครง่ายผ่านช่องทางออนไลน์
เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
การรับชำระค่าสินค้าและบริการด้วยเงินสดเพียงอย่างเดียวอาจทำให้ธุรกิจ SME พลาดโอกาสจากลูกค้าที่ต้องการความสะดวก และจำกัดการนำข้อมูลมาใช้ในการบริหารธุรกิจ การเพิ่มช่องทางการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Payment) ควบคู่กับการใช้เครื่องรูดบัตร (Electronic Data Capture: EDC) จะช่วยให้การขายคล่องตัว เห็นตัวเลขทางการเงินได้ชัดเจนขึ้น และวางแผนกระแสเงินสด (Cash Flow) ได้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น
หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Payment) คือการปรับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป เลือกช่องทางที่เหมาะกับลูกค้าและลักษณะธุรกิจ สร้างวินัยในการกระทบยอด และใช้ข้อมูลที่ได้มาปรับแผนการขายและการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ข้อมูลอ้างอิง